You are here:   Home เกี่ยวกับโครงการ
Tuesday, 04 May 2010 07:26 webmaster
Print PDF

alt หลักการและเหตุผล

          ณ เดือนธันวาคม 2551 ที่ผ่านมา Gartner ประกาศผลการจัดอันดับ Top 30 Countries for Offshore Services ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ติดอันดับ โดย Gartner ได้คัดเลือกและจัดอันดับจาก 72 ประเทศ ทั่วโลก โดยส่วนหนึ่งก็เป็นผลจากการที่ภาครัฐให้การ   สนับสนุนและผลักดันบริษัทซอฟต์แวร์ไทยอย่างจริงจังในเรื่องมาตรฐานการผลิตและคุณภาพซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญที่จะ         ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยเติบโต เข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงมีศักยภาพในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยปักธงในเวทีซอฟต์แวร์ระดับสากล และ เริ่มมีส่วนแบ่งในตลาด Outsource เพิ่มขึ้น

          ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการให้ทุนสนับสนุนต่าง ๆ โดยเฉพาะ โครงการ     สนับสนุนผู้ประกอบธุรกิจซอฟต์แวร์ในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ SPI@ease Phase 1 ที่ให้การสนับสนุนบริษัทในการเตรียมความพร้อมและประเมินมาตรฐาน Capability Maturity Model Integration หรือ CMMI® จำนวน 25 บริษัท ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยเราในวันนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2553) มีบริษัทที่ผ่านการประเมิน CMMI® รวมแล้วทั้งสิ้น 34 บริษัท โดยแบ่งเป็น CMMI®      Level 2 จำนวน 10 บริษัท CMMI® Level 3 จำนวน 22 บริษัท และ CMMI® Level 5 จำนวน 2 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ที่อยู่ในโครงการ SPI@ease จำนวน 23 บริษัท หรือ 68 % เลยทีเดียวซึ่งส่งผลให้มีจำนวนบริษัทซอฟต์แวร์ไทยที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน CMMI® เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า ในระยะเวลาเพียง 2 ปีด้วยเหตุนี้จึงทำให้เรากำลังเป็นที่จับตามมองในวงการซอฟต์แวร์โลกจากการประกาศผลอย่างเป็นทางการล่าสุดจาก Software Engineering Institute (SEI) เมื่อเดือนกันยายน 2552 ที่ผ่านมา ขณะนี้ประเทศไทยมีบริษัทที่ผ่านการประเมิน CMMI® จัดเป็นอันดับ 2 ในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากมาเลเซีย ซึ่งมีทั้งสิ้น 71 บริษัท

          เนื่องจากผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกทำให้บริษัทข้ามชาติ และ ธุรกิจในอุตสาหกรรมอื่นๆ หันมามุ่งเน้นธุรกิจและกิจกรรมที่เป็น Core Business เป็นหลัก และเน้นการ Outsource งานในส่วนของ IT ออกไปมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาด IT Outsourcing ทั้งในและต่างประเทศโตขึ้นด้วย มาตรฐานการผลิตซอฟต์แวร์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการแข่งขันนี้ ซึ่งในการเข้าไปรับงาน Outsource ทั้งในตลาดภายในประเทศและเวทีโลก โดยเกณฑ์การคัดเลือก Supplier ที่สำคัญ ก็คือ CMMI®

            ดังนั้นหลายประเทศที่ต้องการมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นใน Global Outsourcing Market ที่กำลังโตขึ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ภาครัฐในประเทศต่างๆเร่งผลักดันบริษัทซอฟต์แวร์ให้ได้รับมาตรฐาน CMMI® มากขึ้น ผ่านการให้ทุนสนับสนุนในการเตรียมความพร้อมและการประเมินตั้งแต่ 70%-100% ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านของเรา เช่น เวียดนาม ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีบริษัทที่ผ่าน CMMI® มากกว่า 100 ราย ภายใน 4 ปี และมาเลเซีย ตั้งเป้าให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น 100 ราย 

           นอกจาก CMMI® จะสร้างความน่าเชื่อถือในระดับประเทศ และบริษัทเองแล้วนั้น จากรายงานการสำรวจถึงประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการทำ CMMI® ล่าสุดประจำปี 2008 โดย DACs หรือ Data Analysis Center for Software, ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการทำ CMMI® อย่างเป็น รูปธรรมมีดังต่อไปนี้

  • ผลตอบแทนการลงทุน หรือ ROI เพิ่มขึ้น 3 เท่า

  • ประสิทธิภาพในการทำงาน เพิ่มขึ้น 39%

  • ค่าใช้จ่ายในโครงการ ลดลง 30%

  • Cycle Time ลดลง 38%

  • ค่าความเบี่ยงเบนจากแผนการดำเนินงานลดลง 40%

  • ลดการทำงานซ้ำซ้อน หรือ Rework ลงถึง 60%

  • ลดจำนวนความผิดพลาด หรือ Defect ลง 50%

          และจากผลสำรวจของบริษัทซอฟต์แวร์ในโครงการ SPI@ease Phase 1 พบว่าได้รับประโยชน์ด้านอื่นนอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นด้วยเช่นกัน ได้แก่ การสื่อสารภายในองค์กรและกับลูกค้าดีขึ้นมาก การประมาณการ (Estimate) แม่นยำมากขึ้น สามารถส่งมอบงานได้ตรงตามกำหนดเวลามากขึ้น ได้รับความเชื่อถือ เป็นที่รู้จัก ยอมรับจากลูกค้ามากขึ้น และลูกค้าพึงพอใจมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้รับงานจากทั้งภายในและภายนอกประเทศมากเพิ่มมากขึ้นด้วยจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่าโครงการ SPI@ease Phase 1 เป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทย สร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดขึ้นในองค์กร และสามารถพัฒนาสายสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าให้ดีขึ้น พร้อมสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

         จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่าโครงการ SPI@ease Phase1 เป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้บริษัทซอฟต์แวร์ไทย สร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดขึ้นในองค์กร และสามารถพัฒนาสายสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าให้ดีขึ้น พร้อมสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศ

         การที่ประเทศไทยจะปรากฏในแผนที่ซอฟต์แวร์โลกได้นั้น การสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังและต่อเนื่องจากภาครัฐในการขยายผลและต่อยอดโครงการ SPI@ease ใน Phase 2 จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการเสริมสร้างรากฐานอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นให้กับประเทศ พร้อมที่จะก้าวสู่การแข่งขันในเวทีโลกอย่างมั่นใจ

 

alt วัตถุประสงค์ของโครงการ

 
1.ให้การสนับสนุนบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ไทยในการปรับปรุงกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์และเข้ารับการรับรองมาตรฐาน CMMI® เพื่อยกระดับและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ คุณภาพของซอฟต์แวร์ และบริการด้านซอฟต์แวร์ของบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ไทยให้มีศักยภาพที่จะเติบโตและขยายกิจการ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล


2.สร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น และภาพลักษณ์ให้กับของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยและเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกซอฟต์แวร์ให้พร้อมแข่งขันในเวทีตลาดโลก


3.ให้การสนับสนุนบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ที่เข้าร่วมโครงการ ในการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ทางด้าน Software Process Improvement (SPI)

 

 

Last Updated on Monday, 23 April 2012 05:20